การคิดค้นฟิล์มกรองแสงสำหรับที่อยู่อาศัยคุณภาพเยี่ยม

IMG (1)ปัญหาความร้อนภายในบ้านและอาคารเหล่านี้จะหมดไปเมื่อท่านติดฟิล์มกรองแสงพร้อมทั้งคุณสมบัติกันความร้อน กรองแสง ซึ่งจะทำให้อาคารและบ้านของคุณอุณหภูมิที่ลงลด ทำให้ประหยัดค่าไฟฟ้า กันความร้อนจากแสงแดด ลดอุณหภูมิภายในห้อง โดยการลดแสงแดดที่ส่องเข้ามา กรองแสงรังสี UV ช่วยอากาศภายในเย็นขึ้นเวลาที่เปิดเครื่องปรับอากาศช่วยให้เย็นเร็วยิ่งขึ้น เครื่องปรับอากาศไม่ต้องทำงานหนัก อีกทั้งเป็นการประหยัดการใช้ไฟฟ้า ทำให้ค่าใช้จ่ายค่าไฟฟ้าลดลง ปัจจุบันมีฟิล์มหลากหลายรูปแบบให้เลือกตามท้องตลาด ทั้งฟิล์มที่ให้ความเป็นส่วนตัวของคุณหรือฟิล์มที่ให้บรรยายกาศวิวภายนอกโดยที่ได้รับประโยชน์และคุณสมบัติตามมาตรฐานฟิล์มขั้นสูงสุด ที่สำคัญยังทำให้อาคาร บ้าน คอนโด ดูสวยงาม หรูหรา

เพราะความร้อนจากดวงอาทิตย์ที่ส่งผ่านเข้ามาในบ้านนั้นมีที่มาจากสองแหล่ง คือความร้อนที่มาพร้อมกับแสงสว่างที่มองเห็นได้ และความร้อนจากแสงอินฟราเรดที่ทำให้คุณรู้สึกร้อน มีส่วนช่วยในการป้องกันผู้อยู่อาศัยในบ้านที่ติดตั้งฟิล์มกรองแสง จากการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนำพาความร้อนเข้ามาสู่บ้านหากสะสมเป็นเวลานาน ก่อให้เกิดความร้อนสะสมในบางบริเวณและอาจส่งผลให้เฟอร์นิเจอร์ซีดจางลง ดังนั้นการติดตั้งฟิล์มกรองแสงจะช่วยลดความร้อน ลดปัญหาการซีดจางของเฟอร์นิเจอร์ อีกทั้งยังปกป้องผู้อยู่อาศัยให้ปลอดภัยจากรังสียูวีโดยยังคงมีแสงสว่างธรรมชาติควบคู่ไปกับบรรยากาศที่สบาย

ฟิล์มกรองแสงคุณภาพเยี่ยมที่มีคุณสมบัติพิเศษสามารถเลือกกรองรังสีได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในบรรดาฟิล์มชนิดเดียวกัน ความเชี่ยวชาญทางเทคโนโลยีทำให้นักวิทยาศาสตร์ที่คิดประดิษฐ์ฟิล์มกรองแสงที่มีคุณลักษณะพิเศษ คือปล่อยให้แสงผ่านเข้ามาได้ดี และป้องกันรังสีอินฟราเรด ในการเคลือบฟิล์มเพื่อให้ตรงกับความต้องการของตลาดที่หลากหลาย สามารถป้องกันความร้อนจากแสงอาทิตย์ได้อย่างเต็มที่ ให้ความเป็นส่วนตัวสูง โดยโปร่งใสพอที่แสงจะผ่านได้มาก ขณะที่ตัดแสงสะท้อนได้มากที่สุด เป็นวัสดุก่อสร้างอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถประหยัดพลังงาน และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อช่วยลดภาวะโลกร้อนและส่งเสริมการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนจริง เป็นเทคโนโลยีฟิล์มกรองแสงสำหรับอาคารที่มีประสิทธิภาพสูง และมีคุณสมบัติเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

คำแนะนำในการเลือกฟิล์มกรองแสงให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด

โดยจะพิจารณาจาก
1.คุณภาพ
ฟิล์มกรองแสงที่มีคุณภาพดีนั้น คุณสมบัติต่างๆ ของฟิล์มเช่น % การลดความร้อน,% การลดรังสี UV, % การสะท้อนแสงและ % แสงส่องผ่าน ต้องเป็นค่ามาตรฐานจากโรงงานผู้ผลิตที่เชื่อถือได้ และควรเป็นไปตามมาตรฐานของ AIMCAL (ASSOCIATION OF INDUSTRIAL METALLIZERS COATERS AND LAMINATORS), ASTM (AMERICAN SOCIETY FOR TESTING AND MATERIALS) และ ASHRAE มิใช่ค่าที่พิมพ์หรือโฆษณาโดยปราศจากหลักฐานอ้างอิง
2.มาตรฐานโรงงานผู้ผลิต
ต้องพิจารณาว่าเป็นฟิล์มกรองแสงที่มีแหล่งที่มาชัดเจน นำเข้ามาจากโรงงานที่ผ่านมาตรฐานที่สากล
ยอมรับ และมีที่ตั้งชัดเจน โดยปัจจุบันมีฟิล์มกรองแสงที่ผลิตจากโรงงานในประเทศสหรัฐอเมริกาที่ได้รับมาตรฐาน ISO 9001 ซึ่งเป็นระบบควบคุมคุณภาพที่กำกับดูแลทั้งการออกแบบและการพัฒนา, การผลิต, การติดตั้งและการบริการ โดยโรงงานผู้ผลิตจะมอบสำเนาใบประกาศนียบัตร ที่ได้รับรองมาตรฐาน ISO 9001 ให้บริษัทตัวแทนในประเทศไทยที่นำเข้าและจัดจำหน่ายด้วย ผู้บริโภคสามารถเรียกตรวจสอบได้
3.ผู้จัดจำหน่ายในประเทศไทย
ต้องเป็นบริษัทที่มีความตั้งใจ จริงใจ และประสบการณ์ในการทำธุรกิจฟิล์มกรองแสงอย่างต่อเนื่อง
ยาวนาน เชื่อถือได้ และไม่มีการโฆษณาหลอกหลวง หรือเปลี่ยนยี่ห้อไปเรี่อยๆ มีมาตรฐานการรับประกันคุณภาพที่เชื่อถือได้ โดยทั่วไปการรับประกันคุณภาพจะไม่ต่ำกว่า 7 ปี และสิ้นสุดเมื่อมีการเปลี่ยนชื่อเจ้าของรถ ดังนั้นผู้บริโภคจึงต้องเลือกบริษัทตัวแทนจำหน่ายที่ท่านมั่นใจว่าตลอดระยะเวลารับประกัน บริษัทฯจะยังคงดำเนินธุรกิจฟิล์มกรองแสงอยู่และพร้อมที่จะรับผิดชอบหากฟิล์มที่ติดตั้งไปเกิดปัญหาใดๆ ขึ้น ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ ควรเป็นผู้จัดจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นทางการจากโรงงานผู้ผลิตให้เป็นตัวแทนในประเทศไทย โดยตรวจสอบได้จากหนังสือแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายฯ
4.ราคา
ราคาต้องสมเหตุสมผล เหมาะสมกับคุณภาพในระดับที่ยอมรับได้ โดยฟิล์มเคลือบโลหะทั้งชนิด Sputtered และ Thermal จะมีราคาสูงกว่าฟิล์มเคลือบสีประมาณ 1-2 เท่าตัว
5.โฆษณา
ผู้บริโภคควรพิจารณาโฆษณาของฟิล์มกรองแสงต่างๆ ให้ดีก่อนเลือกติดตั้งต้องเป็นโฆษณาที่ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่มีการโฆษณาชวนเชื่อเกินจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่อง % การลดความร้อนและคุณสมบัติต่างๆ ของฟิล์มกรองแสง ซึ่ง % การลดความร้อนที่ถูกต้องนั้นต้องเป็น % การลดความร้อนจากแสงแดดนอกจากนี้ยังควรพิจารณาถึงวิธีการทดสอบคุณภาพของฟิล์มกรองแสงด้วยว่าเชื่อถือได้หรือไม่ เช่น ไม่ควรทดสอบฟิล์มด้วยแสงสปอตไลท์หรือหลอดรังสีอินฟาเรด ไม่ว่าจะโดยการให้ผู้บริโภคใช้มืออัง หรือยืนท่ามกลางแสงไฟ ทั้งนี้เพราะเวลาที่ขับรถจริงๆ นั้น เราขับรถภายใต้แสงแดด มิใช่แสงสปอตไลท์หรืออินฟราเรดแต่เพียงชนิดเดียว ซึ่งแหล่งกำเนิดแสงทั้งสามชนิดนี้แตกต่างกันไปโดยสิ้นเชิง และบางครั้งยังมีกรณีที่ว่าฟิล์มที่นำมาติดตั้งนั้นเป็นคนละชนิดกัน หรือใช้ฟิล์มติดตั้งซ้อนทับกันสองชั้นในการทดสอบ จุดนี้ผู้บริโภคต้องพึงระมัดระวังและพิจารณาให้รอบคอบ

การติดตั้งฟิล์มกรองแสงสำหรับอาคารและที่พักอาศัย

จากภาวะโลกร้อน (Global Warming) ที่นับวันจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น จึงทำให้ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ฟิล์มกรองแสงสำหรับติดอาคารและที่พักอาศัยเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น ดังนั้น ฟิล์มลดความร้อนหรือฟล์มกรองแสงสำหรับติดตั้งอาคารจึงถูกพัฒนาให้สามารถลดใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองผู้ประกอบการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น อาคารสำนักงาน โรงแรม รีสอร์ท สนามกอล์ฟและสปา โรงพยาบาล อพาร์ทเมนท์ คอนโดมิเนียม บ้านพักอาศัย ที่ต้องการประหยัดพลังงาน

ฟิล์มสำหรับติดอาคารและที่พักอาศัยตามคุณลักษณะในการใช้งานแล้ว การติดตั้งฟิล์มสำหรับอาคารและที่พักอาศัย จะแยกเป็น 3 ลักษณะดังนี้

1.การป้องกันภัยจากเศษกระจกโดยใช้ฟิล์มนิรภัย (Safety Films) คือ ฟิล์มในอาคารสูงจะช่วยยึดกระจกไม่ให้หลุดร่วงลงมาทำอันตรายแก่ชีวิตและทรัพย์สินในอาคารหรือที่พักอาศัย นอกจากนี้การติดฟิล์มนิรภัยยังมีประโยชน์อื่นๆ ที่ได้รับ คือ ในฟิล์มนิรภัยบางรุ่นมีการเคลือบสารต่างๆ ที่ช่วยในการลดความร้อนจากแสงแดดด้วย บางรุ่นสามารถติดตั้งแทนเหล็กดัด เพื่อป้องกันการโจรกรรมและเพื่อความสวยงามได้ (ความหนาที่แนะนำตั้งแต่ 8 Mil ขึ้นไป) ที่สำคัญคือสามารถลดรังสีอุลตร้าไวโอเลตหรือรังสียูวีได้กว่า 99% ซึ่งช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังและต้อกระจก พร้อมกันนี้ยังชะลอการซีดจางของอุปกรณ์และเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ภายในอาคาร ที่พักอาศัย และในระดับที่มีความหนาของเนื้อฟิล์มมากๆ จะสามารถใช้ป้องกันภัยจากกระสุนปืนหรือระเบิดรวมถึงการป้องกันการโจรกรรมได้

2.การป้องกันความร้อน ประหยัดพลังงาน (Building Films) คือ การติดฟิล์มเพื่อลดความร้อนจากภายนอก เป็นการประหยัดพลังงานโดยตรง และมีประโยชน์อื่นๆ ที่ได้รับคือ ฟิล์มสามารถลดรังสีอุลตร้าไวโอเล็ตหรือรังสียูวีได้กว่า 99% เช่นกันกับฟิล์มนิรภัย ซึ่งช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังและต้อกระจก-ชะลอการซีดจางของอุปกรณ์และเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ภายในอาคาร, ที่พักอาศัย-สร้างความสวยงามภายนอกและไม่บดบังทัศนวิสัยในการมองจากภายใน สร้างความเป็นส่วนตัว-ลดแสงจ้าจากภายนอก ทำให้รู้สึกสบายสายตา

3.การติดฟิล์มเพื่อการตกแต่ง (Decorative Film) ฟิล์มสามารถติดตั้งเป็นลวดลายต่างๆ เพื่อความสวยงามรวมถึงประโยชน์ด้านอื่นๆ เช่น การลดรังสีอุลตร้าไวโอเล็ต หรือการสร้างความเป็นส่วนตัว

ติดฟิล์มกรองแสงในที่พักอาศัยเป็นอีกวิธีหนึ่งในการประหยัดพลังงาน

ฟิล์มกรองแสง มีลักษณะเป็นชั้นใสๆ ซ้อนกัน หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปคือแผ่น โพลีเอสเตอร์นั่นเอง ซึ่งแต่ละแบรนด์จะใช้เทคโนโลยีการผลิตที่แตกต่างกันออกไป ทำให้ราคามีความแตกต่างกัน การทำงานหลักๆของฟิล์มกรองแสง คือ การลดความร้อน และช่วยป้องกันรังสีจากดวงอาทิตย์ที่เป็นอันตรายต่อผิวหนัง และก่อให้เกิดมะเร็งได้ ซึ่งฟิล์มที่มีลักษณะเข้มจะกรองแสงได้ดีกว่าฟิล์มที่มีสีอ่อน ทำให้ลดการสะท้อนความร้อนได้มาก

ภายในอาคารที่พักอาศัยหรือสำนักงาน ควรติดฟิล์มกรองแสง เนื่องจากอาคารที่เพิ่งสร้างใหม่หรือพบเห็นได้ทั่วไปส่วนมากเป็นกระจก เพราะกระจกทำให้ตัวอาคารมีน้ำหนักเบา มีความทันสมัย สวยงามทั้งภายในและภายนอก แต่ทำให้เมื่ออยู่ท่ามกลางแสงแดดย่อมทำให้เกิดความร้อนเข้ามาสู่ภายในอาคาร ทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักขึ้นตามไปด้วย

นอกจากติดฟิล์มกรองแสงแล้วยังมีวิธีที่สามารถลดแสงจากภายนอกอีก เช่น การเลือกกระจก หรืออุปกรณ์ตกแต่ง ยกตัวอย่างเบื้องต้นมีดังนี้

  1. ใช้กระจกใส แล้วใช้ผ่านม่านหรือมู่ลี่ปิดทับเพื่อลดแสงแดด แต่อย่างไรก็ตามวิธีนี้ยังไม่ช่วยลดความร้อนที่กระจายเข้าสู่ตัวอาคารได้
  2. ใช้เป็นกระจกสี หาตู้หรือชั้นวางของมาบดบังไว้เพื่อลดแสงแดด แต่ความร้อนยังเข้ามาในอาคารเท่าเดิม
  3. ใช้กระจกสีเข้ม สามารถลดความร้อนได้ในระดับหนึ่ง ตามความเข้มของสีกระจก แต่ถ้ายิ่งเข้มมาก ก็จะส่งผลให้ภายในตัวอาคารมืดไปด้วย
  4. ใช้กระจกติดฟิล์มกรองแสง ติดฟิล์มกรองแสง ซึ่งสามารถลดและสะท้อนความร้อนออกจากตัวอาคารได้ ซึ่งจะส่งผลให้สามารถลดความร้อนโดยรวมได้มากถึง 90% จากความร้อนที่จะเข้ามาภายในตัวอาคาร

ฟิล์มกรองแสงภายในอาคารนอกจากจะป้องกันแสงแดดและประหยัดพลังงานแล้วยังช่วยในด้านการตกแต่งได้อีกด้วย ดังนี้

  1. ทำให้อาคารหรือที่พักอาศัยมีความโดดเด่นทั้งภายในและภายนอก
  2. ช่วยทำให้มีความเป็นส่วนตัวสามารถมองออกไปข้างนอกได้ แต่ผู้ที่อยู่ข้างนอกไม่สามารถมองเข้ามาได้
  3. เพิ่มความปลอดภัย ซึ่งจะอยู่ในหมวดของฟิล์มนิรภัย
  4. ใช้สำหรับตกแต่งภายใน ซึ่งจะอยู่ในหมวดของฟิล์มฝ้าและสติกเกอร์ฝ้า

นวัตกรรมฟิล์มกรองแสงแห่งยุค สุดยอดผลิตภัณฑ์ ตอบโจทย์การประหยัดพลังงาน

จากต้นแบบความคิดของนักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมันนำไปสู่การพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ในประเทศญี่ปุ่น จนตกผลึกเป็นสารเคมีที่มีคุณสมบัติในการป้องกันความร้อนและรังสียูวีจากแสงอาทิตย์ ซึ่งสามารถลดอุณหภูมิในห้องปรับอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้วยปัจจัยทางการตลาดจึงส่งผลให้สารเคมีดังกล่าว ได้รับการพัฒนาเป็นอุตสาหกรรมที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วในสาธรณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นเจ้าของแหล่งแร่วัตถุดิบองค์ประกอบสำคัญในการผลิตสารเคมีดังกล่าว และได้มีโอกาสพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ่านกระบวนการต่าง ๆ จนกลายเป็นผู้ส่งออกสารเคมีที่ใช้ในกลุ่มธุรกิจฟิล์มกรองแสง และกลุ่มเทคโนโลยีสารเคลือบกระจกกันความร้อน รายใหญ่ที่สุดในโลก

เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า แสงสว่างจากดวงอาทิตย์ มีองค์ประกอบของรังสี UVA, UVB และความร้อน ที่ส่งผลต่อร่างกายและสิ่งแวดล้อม ซึ่งรังสีดังกล่าวหากสะสมในร่างกายในปริมาณมาก ๆ ย่อมเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนัง และเป็นหนึ่งตัวการสำคัญที่ทำลายพื้นผิวของวัสดุ หรือเฟอร์นิเจอร์ ส่งผลให้สิ่งของต่างๆ เสื่อมสภาพและมีอายุการใช้งานได้น้อยลง ส่วนความร้อนมีผลทำให้ต้องใช้เครื่องปรับอากาศอย่างหนัก ซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานสูง

นวัตกรรมล่าสุดของสารเคลือบกระจกเพื่อกันความร้อน ที่เป็นนาโนเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ในการลดความร้อนได้เต็มประสิทธิภาพ ด้วยคุณสมบัติของสารเคมีที่มีแอลกอฮอล์เป็นองค์ประกอบหลัก ทำให้สามารถเคลือบยึดติดกับพื้นผิวของกระจกได้เป็นเนื้อเดียว มีความโปร่งแสงซึ่งไม่ทำให้เสียทัศนีย์ภาพอันสวยงามที่มองผ่านกระจก และสามารถป้องกันรังสี UVA, UVB ตลอดจนป้องกันความร้อนได้สูงสุดถึง 80-90 เปอร์เซ็นต์

นอกจากคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ที่เหนือกว่าสารเคลือบกระจกกันความร้อนหรือฟิล์มกรองแสงที่มีขายอยู่ในท้องตลาดทั่วไปแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมหรือที่เรียกว่า ECO – PRODUCT ที่ช่วยลดการใช้พลังงาน ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และยังสามารถลดค่าใช้จ่ายจากการใช้ไฟฟ้าของเครื่องปรับอากาศได้ดีที่สุด โดยสามารถลดความเย็นของห้องปรับอากาศลงได้ 2 – 4 องศาเซลเซียส ซึ่งจะประหยัดค่าไฟได้ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ที่สำคัญผลิตภัณฑ์ที่ว่านี้ยังมีอายุการใช้งานได้มากกว่า 10 ปี หรือยืนยาวกว่าฟิล์มกรองแสงทั่วไปที่มีอายุการใช้งานเพียง 5 ปี เรียกได้ว่าลงทุนครั้งเดียว…คุ้มค่า คุ้มราคา

ฟิล์มกรองแสงรถยนต์กับประโยชน์ในด้านต่างๆ

ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ สำหรับกระจกรถยนต์โดยเฉพาะ ผลิตด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย ลดความร้อนได้ถึง 99% และยังสามารถป้องกันรอยขูดขีด ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเทียบกับฟิล์มกรองแสงยี่ห้ออื่น ๆ ผลิตจากสหรัฐอเมริกา ฟิล์มทุกรุ่นรับประกัน 8 ปี จึงทำให้คุณมั่นใจในประสิทธิภาพสูงสุด คุณประโยชน์ของฟิล์มกรองแสงในด้านต่างๆมีดังนี้

ด้านการประหยัดพลังงาน

เมื่อฟิล์มกรองแสงสามารถลดพลังงานความร้อนจากแสงแดดได้มากเท่าไหร่ ก็สามารถประหยัดพลังงานและลดการทำงานของระบบทำความเย็นหรือแอร์ได้มากเท่านั้น คือ
• ในรถยนต์ เมื่อฟิล์มกรองแสงสามารถลดความร้อนได้เยอะ คอมเพรสเซอร์ของแอร์ไม่ต้อง ทำงานบ่อยทำให้เครื่องยนต์ที่เป็นตัวขับให้คอมเพรสเซอร์ทำงาน ได้ทำงานน้อยลงทำให้ประหยัดพลังงานได้เพิ่มขึ้น และยืดอายุการทำงานของคอมเพรสเซอร์ไปในตัวรวมถึงส่วนอื่นๆ เช่น น้ำยาแอร์ เป็นต้น
• ในอาคาร-บ้านเรือน เมื่อฟิล์มกรองแสงสามารถลดความร้อนได้เยอะ คอมเพรสเซอร์ของแอร์ไม่ต้อง
ทำงานหนัก ทำให้ประหยัดพลังงานไฟฟ้า และยืดอายุการทำงานคอมเพรสเซอร์ไปในตัวรวมถึงส่วนอื่น ๆ

ด้านสุขภาพ

รังสีจากดวงอาทิตย์มีคุณประโยชน์มหาศาลต่อโลกมนุษย์ แต่ก็มีอันตรายที่แอบแฝงอยู่ และนับวันจะยิ่งมีอันตรายเพิ่มมากขึ้นจากการที่ชั้นบรรยากาศของโลกได้ถูกทำลายลงเรื่อยๆ ทำให้รังสีต่างๆ ทะลุผ่านชั้นบรรยากาศเข้ามามากขึ้น โดยอันตรายด้านสุขภาพจากรังสี คือ
• รังสีแสงสว่าง (Visible Light) ปัญหาแสงสว่างจ้าจะทำให้เกิดความไม่สบายตาหรือรบกวนการมองเห็น
• รังสีใต้แดง (Infrared) ให้ความร้อนกับผิวหนัง เนื้อเยื่อที่อยู่ถัดเข้าไป อาจทำให้ผิวหนังไหม้จากความร้อนได้
• รังสีเหนือม่วง (Ultraviolet) ทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังและต้อกระจกในดวงตา

ด้านความปลอดภัย

• ยานพาหนะ อุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา กระจกเป็นส่วนประกอบของยานพาหนะที่สำคัญ หลายครั้งที่เกิดอุบัติเหตุผู้ขับขี่และผู้โดยสารมักได้รับอันตรายจากเศษกระจก ถึงแม้ว่าจะเป็นกระจก Safety เศษกระจกอาจกระเด็นเข้าดวงตาได้ การติดตั้งฟิล์มกรองแสงจะมีส่วนช่วยยึดกระจกไม่ให้แตกกระจายเข้ามาให้เกิดอันตรายต่อผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
• การก่อการร้าย ฟิล์มยังมีชนิดที่สามารถกันกระสุนปืนได้อีกด้วย
• อาคาร-บ้านเรือน การเคลื่อนตัวของแผ่นดิน การเกิดแผ่นดินไหว การเกิดพายุ เกิดขึ้นได้ตลอดเวลาเศษกระจกแหลมคมย่อมสามารถทำอันตราย์ได้ทุกเมื่อ การติดตั้งฟิล์มช่วยยึดกระจกที่แหลมคมไม่ให้ทำอันตรายต่อมนุษย์ได้เป็นอย่างดี
• ทรัพย์สิน การติดฟิล์มช่วยยืดอายุของทรัพย์สินไม่ให้ซีดจางเร็วกว่ากำหนดแล้ว ยังสามารถติดฟิล์มเพื่อป้องกันการโจรกรรมได้ เช่น การติดเพื่อไม่ให้มองเห็นภายใน หรือติดเพื่อป้องกันการทุบกระจก

ประโยชน์ที่จะได้รับในการติดตั้งฟิล์มกรองแสงสำหรับรถยนต์

พลังงานแสงอาทิตย์ นอกจากจะมีรังสีต่างๆแล้ว ยังให้แสงสว่าง และมีความร้อนด้วยดังนั้นฟิล์มกรองแสงที่ดีต้องสามารถป้องกันได้ทั้งรังสี แสง และความร้อน คือ ค่าการลดความร้อนจากแสงแดด นั้นเอง

การเลือกฟิล์มกรองแสง สำหรับรถยนต์ โดยทั่วไปแล้วควรมีความเข้าใจพื้นฐาน ของระบบการทำงาน ของฟิล์มกรองแสง ซึ่งอาจจะช่วยนำไปสู่การตัดสินใจได้ว่า จะเลือกอย่างไร จึงสมเหตุสมผล ประโยชน์ที่จะได้รับคือ

1. การลดความร้อน ซึ่งฟิล์มกรองแสงที่ดีสามารถลดอุณหภูมิในรถลงได้กว่า 60%

2. ป้องกันผิวหนังและดวงตา โดยการติดฟิล์มกรองแสงสามารถลดรังสีอัลตร้าไวโอเลตหรือยูวีได้กว่า 99% ซึ่งเป็นการลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งผิวหนังและต้อกระจก

3. ลดการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ฟิล์มกรองแสงที่ดีจะสามารถยึดกระจกไม่ให้แตกกระจายเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ทำให้ปลอดภัยจากความคมของเศษกระจก หรือเศษจากกระจกนิรภัย กระเด็นเข้าตา

4. เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ การติดฟิล์มกรองแสงสามารถลดแสงจ้าจากดวงอาทิตย์, แสงไฟจากรถที่วิ่งสวนทาง ทำให้ช่วยเพิ่มวิสัยทัศน์ในการขับขี่ที่ดีขึ้น

5. สร้างความเป็นส่วนตัวและปลอดภัย การติดฟิล์มกรองแสงที่มีความทึบแสงจะช่วยบดบังผู้ประสงค์ร้ายภายนอก และบดบังทรัพย์สินภายในโดยเฉพาะป้องกันสำหรับสุภาพสตรี ช่วยในด้านความเป็นส่วนตัว แต่ในเรื่องนี้ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย เพราะก็จะเป็นการพรางตาผู้คนภายนอกในกรณีเกิดเหตุการณ์ร้ายในรถ

6. การติดฟิล์มกรองแสงจะช่วยปกป้องรถคุณ ไม่ให้อุปกรณ์ภายในรถไม่ว่าจะเป็นแผงหน้าปัด, คอนโซน, พวงมาลัย ฯลฯ ซีดจางและแตกร้าวเร็ว

7. ประหยัดพลังงาน การติดฟิล์มกรองแสงที่ดีสามารถช่วยประหยัดพลังงานและลดภาวะโลกร้อนได้ โดยการป้องกันความร้อนที่เข้ามาในตัวรถ ทำให้ระบบปรับความเย็นในรถ ทำงานน้อยลงจึงเป็นการช่วยประหยัดพลังงาน รวมถึงค่าดูแลรักษาระบบปรับความเย็นอีกด้วย

8. การตกแต่งรถเพื่อความเก๋ สวยงาม เพราะมีฟิล์มแบบแฟชั่นที่ให้ความสวยงามกับรถยนต์ได้ด้วย

การเลือกชนิดของฟิล์มกรองแสงมีหลากหลายชนิด ขึ้นกับตลาดและความต้องการของผู้ใช้ ราคามีแตกต่างกันมาก ขึ้นกับคุณสมบัติพิเศษที่เพิ่มขึ้นจากผลิตภัณฑ์ แต่ความสามารถพื้นฐานที่ต้องการกันทั่วไปในคุณภาพของฟิล์มที่มีคุณภาพดีอาจไม่แตกต่างกัน

การเลือกฟิล์มกรองแสงอาคารและที่อยู่อาศัย จากดวงอาทิตย์อย่างไร จึงจะเกิดประโยชน์สูงสุด


ฟิล์มกรองแสง คือแผ่น โพลีเอสเตอร์ ซึ่งมีลักษณะใส ซ้อนกันโดยแบ่งเป็นชั้นๆ เช่น ชั้นกาว ชั้นสี ชั้นโลหะ (ปรอท) เป็นต้นซึ่งแต่ละรุ่นแต่ละแบรนด์ก็จะใช้เทคโนโลยีในการผลิต ที่แตกต่างกันออกไป จึงส่งผลให้ราคาของแต่ละแบรนด์มีความแตกต่างกันอย่างมาก จุดประสงค์หลักของฟิล์มกรองแสง คือ การลดความร้อน และป้องกันรังสีจากดวงอาทิตย์ ที่เป็นอันตรายต่อ ผิวหนังหากได้รับแสงจากดวงอาทิตย์โดยตรงมากเกินไป ซึ่งโดยปกติแล้ว ฟิล์มที่ยิ่งเข้ม ( แสงผ่านได้น้อย ) สามารถลดความร้อนได้ดีกว่าฟิล์มที่ใสกว่า ( แสงผ่านได้มากกว่า )และ ฟิล์มที่สะท้อนแสงได้มากกว่า ( มีปรอท ) ก็จะยิ่งลดความร้อนได้ดีกว่าเพราะจะมีการสะท้อนความร้อนที่อยู่ที่ผิวกระจก ทำให้ลดความร้อนที่ยังคงอยู่ที่ผิวกระจกลงได้อย่างมาก ฟิล์มกรองแสงอาคาร มีบทบาทสำคัญอย่างมาก เนื่องจากอาคารที่สร้างใหม่ หรือที่พบเห็นกันทั่วไปในปัจจุบัน จะใช้ กระจก เป็นส่วนประกอบของตัวอาคารเพื่อให้ตัวอาคารมีน้ำหนักเบา และมีความทันสมัย สวยงามทั้งภายใน และภายนอก และเมื่อตัวอาคารต้องอยู่ท่ามกลางแสงแดดย่อมทำให้ความร้อนจากภายนอกเข้ามา สู่ภายในได้โดยง่าย ทำให้เครื่องปรับอากาศต้องทำงานหนักมากขึ้น และค่าใช้จ่ายก็จะสูงขึ้นตามลำดับ

วิธีการลดความร้อนจากภายนอกสำหรับอาคารที่มีกระจกเป็นส่วนประกอบ เช่น ประตู, หน้าต่าง, ช่องแสง, ผนังอาคารฯ ที่ผู้รับเหมาหรือผู้ออกแบบตกแต่งภายในเลือกใช้มีหลายวิธี เช่น
1. ใช้ เป็นกระจกใส ใช้ผ้าม่านหรือมู่ลี่ปิดกั้นกระจกไว้เพื่อตกแต่งภายในให้สวยงาม บทบังแสงแดดโดยตรง แต่ความร้อนยังเข้ามาในตัวอาคารเท่าเดิม
2. ใช้เป็นกระจกใสหรือสี แต่หาตู้หรือชั้นวางมาบดบังไว้ ทำให้ไม่สามารถมองเห็นบรรยากาศภายนอกได้และความร้อนยังเข้ามาในอาคารเท่าเดิม
3. ใช้เป็นกระจกสี สามารถลดความร้อนได้ในระดับหนึ่ง ตามความเข้มของสีกระจก แต่ถ้ายิ่งเข้มมาก ก็จะส่งผลให้ภายในตัวอาคารมืดไปด้วย
4. ใช้ เป็นกระจก ติดฟิล์มกรองแสง ซึ่งสามารถลดและสะท้อนความร้อนออกจากตัวอาคารได้ ซึ่งจะส่งผลให้สามารถลดความร้อนโดยรวมได้มากถึง 90% จากความร้อนที่จะเข้ามาภายในตัวอาคาร

ฟิล์มกรองแสงสำหรับอาคาร สามารถตอบรับความต้องการของผู้อยู่อาศัยภายในได้ ในด้านอื่นๆ อีกเช่น
1. ตกแต่งอาคาร เพิ่มความโดดเด่นให้ตัวอาคารและเพิ่มความสวยงามทั้งภายในและภายนอกอาคาร
2. เพิ่มความเป็นส่วนตัว สำหรับผู้ที่ต้องการมองจากข้างในออกไปชัดเจน แต่ผู้ที่อยุ่ด้านนอกมองเข้ามาไม่เห็น
3. เพิ่มความปลอดภัย ซึ่งจะอยู่ในหมวดของฟิล์มนิรภัย
4. ใช้สำหรับตกแต่งภายใน ซึ่งจะอยู่ในหมวดของฟิล์มฝ้าและสติกเกอร์ฝ้า

เนื่องด้วยแบรนด์และชนิดของฟิล์มกรองแสงมีให้เลือกหลากหลาย ซึ่งก็จะมีส่วนต่างในด้านของราคาตามเทคโนโลยีการผลิตของสินค้าแต่ละชนิด ทางเราซึ่งเป็นผู้จำหน่ายและบริการติดตั้ง สามารถให้คำปรึกษาและแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญในด้านฟิล์มกรองแสงโดยเฉพาะ และมี ตัวอย่างรูปแบบและสินค้าให้แก่ลูกค้าก่อนตัดสินใจ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ เพื่อความพึงพอใจของลูกค้าสูงสุด

 

รู้ทันเทคนิคการจำหน่ายสติ๊กเกอร์ ฟิล์มกรองแสง

เมืองไทยเป็นเมืองร้อน กว่า 90% ของผู้ใช้รถยนต์ สิ่งแรกที่เจ้าของรถต้องติดตั้งเพิ่มเติม คือ ฟิล์มกรองแสง การเลือกฟิล์มกรองแสง สำหรับรถยนต์ โดยทั่วไปแล้ว เป็นเรื่องที่ไม่ยากเย็น แต่จะให้ประหยัดและคุ้มค่า ควรมีความเข้าใจพื้นฐาน ของระบบการทำงาน ของฟิล์มกรองแสง ซึ่งอาจจะช่วยให้ท่าน นำไปตัดสินใจได้ว่า จะเลือกอย่างไร จึงสมเหตุสมผล ก่อนอื่นมาดูจุดประสงค์ของการติดตั้งฟิล์มกรองแสงก่อน อันดับแรก คือ กันความร้อน สู่ห้องโดยสาร ผลพลอยได้ที่ตามมา คือ ช่วยประหยัดพลังงานที่ใช้ทำความเย็น ช่วยยืดอายุของชิ้นส่วนภายใน เช่น คอมเพรสเซอร์และอุปกรณ์อื่นๆ ต่อมาคือเพื่อให้เกิดความปลอดภัย ต้องยอมรับว่าฟิล์มกรองแสงที่มีความทึบ สามารถพรางภายในรถ ไม่ให้คนภายนอกมองเข้าไปภายในได้โดยเฉพาะสุภาพสตรี นอกจากนี้ยังเป็นเรื่องของความปลอดภัยเมื่ออุบัติเหตุ เช่น กรณีเศษกระจกที่แตกเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ฟิล์มกรองแสงที่ดีจะช่วยยึดกระจกไม่ให้แตกกระจาย ที่เหลือเป็นเรื่องของความสวยงาม เพราะมีฟิล์มแบบแฟชั่นที่ให้ความสวยงามกับรถยนต์ได้ด้วย ยังไม่นับในเรื่องอื่นๆ เช่น ความเป็นส่วนตัว หรือการเป็นส่วนหนึ่งในการลดภาวะโลกร้อน

ในกรณีที่ร้านค้าบางร้าน มีการสาธิตหรือทดสอบคุณภาพของฟิล์มให้ดู เราควรพิจารณาถึงวิธีการทดสอบคุณภาพของฟิล์มด้วยว่าเชื่อถือได้หรือไม่ เช่น การทดสอบฟิล์มด้วยแสงสปอตไลท์ ไม่ว่าจะโดยการให้ผู้บริโภคใช้มืออัง หรือยืนท่ามกลางแสงสปอตไลท์ เป็นวิธีที่สามารถใช้ในการเปรียบเทียบได้ระดับหนึ่ง แต่วิธีดังกล่าวไม่สามารถระบุได้ว่าฟิล์มนั้นๆ สามารถลดความร้อนจากแสงแดดได้เท่าไหร่ ซึ่งแหล่งกำเนิดแสงทั้งสองชนิดนี้ มีลักษณะแตกต่างกัน และที่แย่กว่านั้นคือ ฟิล์มกรองแสงที่นำมาทดลองอาจเป็นคนละชนิดกับฟิล์มกรองแสงที่นำมาติดที่รถ ซึ่งในปัจจุบันได้มีอุปกรณ์ทดสอบฟิล์มกรองแสงที่มีค่าการลดความร้อนรวมจากแสงแดดในตลาดมากขึ้น ดูอุปกรณ์ทดสอบฟิล์มกรองแสง

คุณภาพของฟิล์มกรองแสงทางด้านอื่นๆ

ฟิล์มกรองแสงที่ดีจะต้องพิจารณาจากคุณสมบัติของกาวด้วย กาวที่ดีต้องมีความบางใส และเหนียว เมื่อติดแล้วต้องทนทานต่อสภาวะความร้อนเย็นของกระจกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ยึดติดกับกระจกได้ดีไม่ทำให้ฟิล์มกรองแสงนั้นๆ พอง ลอก ล่อน เป็นฟองอากาศ นอกจากนั้น ฟิล์มที่ดีจะต้องป้องกันรอยขีดข่วน หรือเคลือบสารกันรอยขีดข่วน ฟิล์มกรองแสงทำมาจากโพลีเอสเตอร์ มีจุดอ่อนในเรื่องความอ่อนของผิว ซึ่งมักสามารถเป็นรอยเส้นคล้ายรอยขนแมวได้ง่าย เมื่อมีการขีดข่วนจากการใช้งานปกติ แต่ปัจจุบันได้มีการคิดค้นสารเคมีที่ทำหน้าที่เคลือบแข็งบนผิวของฟิล์ม ทำหน้าที่ในการป้องกันการขีดข่วนจากการใช้งานปกติ คุณสมบัตินี้ทำให้ฟิล์มมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น และดูสวยงามตลอดอายุการใช้งาน
จำไว้ว่าฟิล์มกรองแสงที่ดีไม่ใช่ฟิล์มที่ช่วยลดแสงจ้าได้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีความสามารถในการสะท้อนแสงอาทิตย์ได้ ทำให้ผู้ใช้รู้สึกสบายในการขับขี่ รวมทั้งช่วยประหยัดพลังงานในการทำงานของเครื่องปรับอากาศในรถด้วย ซึ่งการเลือกฟิล์มที่มีค่า SHADING COEFFICENT (SC) ต่ำๆ ยังมีส่วนช่วยลดพลังงานที่ใช้ในการปรับอากาศได้ และที่สำคัญต้องเป็นฟิล์มที่มีความปลอดภัยสามารถยืดเกาะกระจกได้

ทุกวันนี้ฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์ที่ขายอยู่ในตลาด มีมากมายเกือบ 100 ยี่ห้อ มีทั้งแบบที่มั่นคงถาวร และแบบเวียนว่ายตายเกิด สร้างยี่ห้อออกมาขาย พอขายไม่ได้ก็เปลี่ยนยี่ห้อไปเรื่อยๆ ทั้งที่เป็นฟิล์มตัวเดิม เวลาเลือกจึงต้องระวัง